วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ZnO nano




จำหน่าย อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์
โทร 0892726540
ปรับปรุงค่าจัดส่งตามรายละเอียดแนบท้ายครับ

ปรับปรุงและเริ่มใช้เมื่อ 21 กรกฎาคม 2557

จำหน่ายอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์




สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0892726540 กฤษณะ  สาลีเจริญ


ประกาศราคาค่าจัดส่งใหม่ครับ
ปรับปรุงและเริ่มใช้เมื่อ 21 กรกฎาคม 2557

ขายนาโนซิงค์ออกไซด์



จำหน่ายอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์


ประกาศราคาค่าจัดส่งใหม่ครับ
ปรับปรุงและเริ่มใช้เมื่อ 21 กรกฎาคม 2557

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

สังกะสี แร่ธาตุที่ถูกมองข้าม

'สังกะสี' แร่ธาตุสำคัญที่ถูกมองข้าม

วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 เวลา 00:02 น
เดลินิวส์
สังกะสี เป็นธาตุที่สำคัญและมีความ จำเป็นยิ่งต่อการดำรงชีพ
เพราะเป็นธาตุสำคัญที่ทำให้สิ่งมีชีวิต มีสุขภาพแข็งแรง
ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ พืช หรือแม้แต่จุลินทรีย์
ล้วนแต่ต้องการ สังกะสี เพื่อการดำรงชีพทั้งสิ้น
 แต่น้อยครั้งที่จะมีการพูดถึง สังกะสี
รศ.ดร.เอมอร วสันตวิสุทธิ์
ที่ปรึกษา สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล
คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการธาตุสัง กะสีนานาชาติ
หรือ IZincc กล่าวว่า ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่อยู่ได้โดยปราศจากสังกะสี
ซึ่งจะพบในทุก ๆ ส่วนของร่างกาย
ทั้งในเนื้อเยื่อ กระดูก ของเหลว และเซลล์ต่าง ๆ
เนื่องจาก สังกะสี จะถูกใช้ในการสร้างเซลล์
จึงยิ่งมีความสำคัญมากต่อสตรีมีครรภ์
โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
นอกจากนี้ สังกะสี ยังมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต
ใน ทารก เด็ก และวัยรุ่น ทั้งความสูง น้ำหนัก
และการสร้างกระดูก สร้างเซลล์ผิวหนังใหม่
ที่สำคัญ สังกะสี ยังมีความสำคัญต่อระบบเจริญพันธุ์ของสตรี
สามารถช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน
ส่วนในผู้ชาย สังกะสี ยังช่วยป้องกันต่อมลูกหมาก
ช่วยรักษาปริมาณและความสามารถในการเคลื่อนที่ของอสุจิอีกด้วย
การขาดธาตุสังกะสี เป็นปัญหาในหลายประเทศที่กำลังพัฒนา
ภาวะการขาดธาตุ สังกะสี จะนำไปสู่การเจ็บป่วย
โดยเฉพาะโรค ท้องร่วงและโรคปอดบวม ส่งผลให้เด็กมีอัตราการตายสูง
นอกจากนั้นยังทำให้ร่างกายเด็กแคระแกร็น
ขณะเดียวกัน พืชที่ได้รับธาตุสังกะสีไม่เพียงพอ
จะทำให้พืชเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ผลผลิตต่ำ
คุณภาพไม่ดี เป็นโรคได้ง่าย ไม่เติบโตหรือแคระแกร็น
ตามปกติแล้ว ร่างกายเราจำเป็นต้องได้รับธาตุสังกะสีทุก ๆ วัน
โดยเด็กทารก ควรได้รับวันละประมาณ 5 มิลลิกรัม (มก.) เด็ก 10 มก.
ผู้หญิง 12 มก. ผู้ชาย 15 มก. สตรีมีครรภ์ หรือมารดาที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
จะต้องได้รับธาตุสังกะสีในปริมาณที่มากขึ้น
เพื่อพัฒนาทารกในครรภ์ หรือทารกแรกเกิด
ธาตุสังกะสี มีมากในหอยนางรม 25 มก. เนื้อแดง 5.2 มก.
ถั่ว 3 มก. สัตว์ปีก 1.5 มก. ไข่ไก่ 1.3 มก. ผลิตภัณฑ์จากนม 1.2 มก.
ธัญพืช, ขนมปัง 1 มก. ปลา 0.8 มก. น้ำ ตาล, ผลไม้แช่อิ่ม 0.6 มก.
ผักกาดดอง, ผักเขียว 0.4 มก. มันฝรั่ง 0.3 มก.
รศ.ดร.เอมอร กล่าวถึงวิธีเพิ่มธาตุสังกะสี
ให้กับทุกคนได้โดยการใส่ธาตุอาหารหลัก NPK ให้กับพืชที่เราปลูก
เพราะนอกจากจะทำให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพแล้ว
ธาตุสังกะสีในพืช จะ เข้าสู่ร่างกายของผู้บริโภคได้เลย
โดยสามารถ ใส่ได้ทั้งข้าว พืชผัก หรือผลไม้ ซึ่งในหลายประเทศ
ได้เริ่มผสมธาตุสังกะสีลงในปุ๋ย NPK แล้วทั้งในอเมริกา
และยุโรป ซึ่งประเทศไทยก็ควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง.

การสั่งซื้อ

การสั่งซื้อและการโอนเงินครับ(ปรับปรุง)
ปรับปรุงและเริ่มใช้เมื่อ 21 กรกฎาคม 2557

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ในบางเวลา

เคยได้ลองหาว่ามีสักคนไหม
มีใครคนไหนที่ห่วงฉัน
คอยและมองหาหนึ่งคนในความฝัน
แต่ฉันยังคงเดินเดียวดาย.........
กลัวความผิดหวัง ปิดบังความจริงไว้
กลัวมันทำร้ายความผูกพันธ์........

บ่อยเหลือเกินที่ฉันไม่เข้าใจกับเรื่องง่าย
เช่นเรื่องของตัวเอง
บ่อยครั้งเหลือเกินที่อยากตามใจตัวเองบ้าง
เหนื่อยเหลือเกิน กับเรื่องราวที่มากมาย
บางทีการอยู่คนเดียว คือคำตอบที่ดีที่สุด
คนเดี๋ยวไม่เหงาเท่าสามคน
สองคนไม่เท่าสองคน
คณิตศาสตร์คงหาคำตอบไม่ได้ถ้า
1+1ไม่เท่ากับสอง
2 มีค่าไม่เท่ากับ 2
3 มีค่าน้อยกว่า 1
นี่มันเป็นจริงในความรู้สึก
มันยากที่จะหาทฤษฎีไหนๆมาอธิบาย
ต่อไปนี้จะเป็นอย่างไรไม่รู้
ทุกสิ่งรอบข้างมันคุ้น ชิน
ไม่ชินกับ สิ่งที่เกิดตอนนี้
ไม่เข้าใจในเรื่องราว
เมื่อรู้มากกว่า หนึ่งคน เท่ากับโลกรู้
โลกหมุนเร็วเหลือเกิน
ฉันคิดว่าต้องเหนื่อยกว่าเดินที่ต้องเดินให้ทัน
...............................................................

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โรคยางพารา

โรคราแป้ง (Powdery mildew)

สาเหตุ                 เกิดจากเชื้อรา
ลักษณะอาการ      ใบอ่อนร่วง ใบที่ไม่ร่วง แผ่นใบจะมีแผลขนาดไม่แน่นอนมีปุย เชื้อราสีขาวเทาปกคลุมอยู่ ต่อมาแผลจะเป็นรอยด่าง สีเหลืองซีดและกลายเป็นสีน้ำตาล
                          ดอกยางมีปุย เชื้อราปกคลุมก่อนที่จะดำ แล้วร่วง
การแพร่ระบาด       ระบาดมากในพื้นที่ที่สภาพแวดล้อมกลางวันร้อน กลางคืนเย็นและชื้น ตอนเช้ามีหมอก พบในช่วงที่ต้นยางผลิใบใหม่

โรคใบจุดนูน (Colletotrichum leaf spot)
สาเหตุ                เกิดจากเชื้อรา  Colletotrichum  gloeosporiodes  (Penz.) Sacc.
ลักษณะอาการ 
   ใบอ่อนที่ถูกเชื้อเข้าทำลาย  ปลายใบจะบิดงอ  เหี่ยวเน่าดำและหลุดล่วง  ในระยะใบเพสลาด  ใบบางส่วนอาจบิดงอและ  พบจุดแผลสีน้ำตาล  ขอบแผลสีเหลือง 
                         ขนาดประมาณ 1-2  มม.  เมื่อใบมีอายุมากขึ้น  เนื้อตรงกลางแผลอาจทะลุเป็นรู  ถ้าระบาดรุนแรงอาจพบแผลบนกิ่งอ่อนหรือยอดอ่อน 
                         และทำให้เกิดอาการตายจากยอดได้
การแพร่ระบาด      ระบาดรุนแรงกับยางที่แตกใบอ่อน  ในช่วงที่ฝนตกชุก  ความชื้นสูง  เชื้อแพร่ระบาดโดยน้ำฝน  ลมและแมลง
พืชอาศัย             ส้ม  กล้วย  มะละกอ  ชา  กาแฟ  โกโก้  อาโวกาโด

โรคใบจุดก้างปลา (Corynespora leaf )
สาเหตุ                เกิดจากเชื้อรา  Corynespora  cassiicola (Burk. & Curt.) Wei.
ลักษณะอาการ 
   ใบอ่อนแสดงอาการเป็นแผลจุดกลม  ขอบแผลสีน้ำตาลดำ  กลางแผลสีซีดหรือเทา  ถ้ารุนแรงใบจะบิดงอและร่วง  ระยะใบ  เพสลาดแผลจะกลมทึบสีน้ำตาลหรือดำ 
                        ขอบแผลสีเหลืองและขยายลุกลามเข้าไปตามเส้นใบ  ทำให้แผลมีลักษณะคล้ายก้างปลา  เนื้อเยื่อบริเวณรอยแผลมีสีเหลืองถึงน้ำตาลและใบร่วงในที่สุด 
                        ถ้าเชื้อเข้าทำลายส่วนของก้านใบ  กิ่งแขนงและลำต้นที่ เป็นสีเขียว  จะเป็นแผลสีดำมีลักษณะยาวรี  เนื้อเยื่อตรงกลางแผลบุ๋มลง  ถ้าอากาศเหมาะสมจะขยายขนาดและ
                        ลุกลาม  ทำให้กิ่งหรือยอดที่เป็นโรคแห้งตาย

การแพร่ระบาด
     เชื้อราแพร่ระบาดโดยลมและฝน  โรคระบาดรุนแรงในสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นสูง
พืชอาศัย
            มีมากกว่า  80  ชนิด  ยกตัวอย่างเช่น  งา  ถั่วเหลือง  ถั่วเขียว  ฝ้าย  ยาสูบ  มะละกอ  แตงโม  มะเขือเทศ  ผักกาดหอม  สะระแหน่  ฟักเขียว  หญ้ายาง 
                        และพืชคลุมตระกูลถั่ว


โรคใบจุดตานก (Bird's eye spot)
สาเหตุ                  เกิดจากเชื้อรา Drechsiera (Helminthosporium) heveae (Petch)  M.B. Ellis
ลั
กษณะอาการ 
     เชื้อเข้าทำลายระยะใบอ่อนมาก  แผลหงิกงอเน่าดำและร่วง  เหลือแต่ยอดที่บวมโต  ใบยางอายุมากจะปรากฏจุดค่อน ข้างกลม 
                          ขอบแผลสีน้ำตาลล้อมรอบซึ่งโปร่งแสง  ถ้าเชื้อเข้าทำลายระยะใบแก่จะเป็นรอยจุดสีน้ำตาลเท่านั้น

การแพร่ระบาด
       ระบาดรุนแรงในแปลงกล้ายางที่ปลูกในดินทรายหรือดินที่อุดมสมบูรณ์ต่ำ  แพร่ระบาดโดยลม  ฝนหรือการสัมผัส
โรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทร่า (Phytopthora leaf fall)
สาเหตุ                เกิดจากเชื้อรา  Phytophthora  botryosa  chee, P. palmivora (Butl.) Butl., P.nicotianae  Van  Breda  de  Haan  var. parasitica(Dastur) Waterhouse
ลักษณะอาการ 
   ก้านใบเป็นรอยช้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำตามความยาวของก้านใบ  แผลบริเวณทางเข้าของเชื้อมีหยดน้ำยางเล็กๆ เกาะติดอยู่ เมื่อสะบัดใบเบาๆ ใบย่อยจะหลุดทันที 
                        ต่างจากการร่วงตามธรรมชาติ  ซึ่งเมื่อสะบัดใบย่อยจะไม่ร่วง  บางครั้งแผ่นใบอาจ  เป็นแผลสีน้ำตาลเข้มถึงดำ  ช้ำน้ำ  ขนาดแผลไม่แน่นอน 
                        หากเข้าทำลายฝักยางจะทำให้เน่า  อาจพบเชื้อราสีขาวเจริญปกคลุม  ฝักไม่แตกและไม่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ  กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อต่อไป

การแพร่ระบาด
     ระบาดรุโดยน้ำฝน  ลม  ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและจำนวนวันฝนตก  เชื้อต้องการน้ำเพื่อการขยายพันธุ์  จึงระบาดได้ดีในสภาพอากาศเย็น  ฝนตกชุก 
                        ความชื้นสูงอย่างน้อย  4  วัน  โดยมีแสงแดดน้อยกว่า  3  ชั่วโมงต่อวัน

พืชอาศัย
            ส้ม  ทุเรียน  พริกไทย  ปาล์ม  โกโก้
โรคเส้นดำ (Black stripe)
สาเหตุ              เกิดจากเชื้อรา  Phytophthora  botryosa  chee, P. palmivora (Butl.) Butl.ลักษณะอาการ   เหนือรอยกรีดเป็นรอยช้ำ ต่อมาเป็นรอยบุ๋มสีดำหรือสีน้ำตาลดำตามแนวยาวของลำต้น  เมื่อเฉือนเปลือกบริเวณรอยบุ๋มสีดำ จะเห็นลายเส้นสีดำบนเนื้อไม้ 
                      และอาจลุกลามลงใต้รอยกรีด  ถ้าอาการรุนแรง  เปลือกบริเวณที่เป็นโรคปริเน่า  มีน้ำยางไหล  เปลือกเน่าหลุดออกมา  ถ้าเชื้อเข้าทำลายไม่รุนแรง 
                      เปลือกงอกใหม่จะเป็นปุ่มปม
การแพร่ระบาด
   เชื้อบนฝักและใบที่เป็นโรคถูกชะล้างโดยน้ำฝนลงมาที่หน้ากรีด  พบระบาดรุนแรงเมื่อกรีดยางติดต่อกันในฤดูฝนโดยไม่มี การป้องกันรักษาหน้ากรีด 
                      โดยเฉพาะเมื่อความชื้นสูงกว่า  90%  หน้ากรีดจะเปียกอยู่ตลอดเวลา  เหมาะต่อการขยายพันธุ์ของเชื้อ
พืชอาศัย
          เชื้อรา  P.palmivora  สามารถเข้าทำลายพืชอื่นได้หลายชนิด  เช่น  มะละกอ  แตงโม  ส้ม  ทุเรียน  พริกไทย  โกโก้  มะพร้าว  ยาสูบ  ส่วนเชื้อรา  P.botryosa 
                      สามารถเข้าทำลาย  ทุเรียน  ส้ม  และกล้วยไม้ได้



ใช้สารนาโนซิงค์ออกไซด์กำจัดเชื้อโรคที่เกิดจากเชื้อรา และเเบคทีเรีย
รับรองว่าของแท้ราคาทุน เพื่อเกษตรกร
ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ทุกชนิด
สนใจติดต่อ อ.กฤษณะ และอ.อรวรรณ
โทร 089-2726540    และ 087-8436036


โรคถอดฝักดาบ (Bakanae Disease)

โรคถอดฝักดาบ (Bakanae Disease)
พบมาก นาน้ำฝน ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สาเหตุ เชื้อรา Fusarium fujikuroi Nirenberg (Fusarium moniliforme J. Sheld)
อาการ พบโรคในระยะกล้า ต้นกล้าจะแห้งตายหลังจากปลูกได้ไม่เกิน 7 วัน แต่มักพบกับข้าวอายุเกิน 15 วัน ระยะเริ่มแตกกอ ข้าวเป็นโรคจะต้นผอมสูงเด่นกว่ากล้าข้าวโดยทั่ว ๆ ไป
ต้นข้าวผอมมีสีเขียวอ่อนซีด มักย่างปล้อง บางกรณีข้าวจะไม่ย่างปล้อง แต่รากจะเน่าช้ำเวลาถอนมักจะขาดตรงบริเวณโคนต้น ถ้าเป็นรุนแรงกล้าข้าวจะตาย หากไม่รุนแรงอาการจะแสดงหลังจากย้ายไปปักดำได้ 15-45 วัน โดยที่ต้นเป็นโรคจะสูงกว่าข้าวปกติ ใบมีสีเขียวซีด เกิดรากแขนงที่ข้อลำต้นตรงระดับน้ำ บางครั้งพบกลุ่มเส้นใยสีชมพูตรงบริเวณข้อที่ย่างปล้องขึ้นมา ต้นข้าวที่เป็นโรคมักจะตายและมีน้อยมากที่อยู่รอดจนถึงออกรวง
การแพร่ระบาด เชื้อราจะติดไปกับเมล็ด สามารถมีชีวิตในซากต้นข้าวและในดินได้เป็นเวลาหลายเดือน พบว่า หญ้าชันกาด เป็นพืชอาศัยของโรค
จำหน่ายนาโนซิงค์ออกไซด์ ราคาทุน เพื่อเกษตรกร
ใช้สำหรับ การปลูกมันสำปะหลัง แช่ท่อนพันธุ์
และฉีดพ่นเร่งการเจริญเติบโต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
นาข้าว ฉีดพ่นเพื่อป้องกันกำจัดโรคต่างๆ ดังนี้
โรคไหม้  โรคเมล็ดด่าง   โรคกาบใบแห้ง
โรคใบจดสีน้ำตาล
  โรคกาบใบเน่า
โรคถอดฝักดาบ  โรคใบวงสีน้ำตาล
โรคใบขีดสีน้ำตาล
  โรคขอบใบแห้ง
โรคใบขีดโปร่งแสง  โรคใบแถบแดง

โทร 089-2726540    และ 087-8436036