สจล.- เชื่อม “นาโน” กับ “นาข้าว” นักวิจัย สจล.พบวาอนุภาคนาโนซิงออกไซด์ช่วยพืชเจริญเติบโตได้ดี จึงหนึ่นใช้ในการเกษตร ล่าสุดชาวนาที่กำแพงเพชรมทดลองฉีดพ่นในนาข้าว ได้ผลผลิตเพิ่มถึง 20%
ทีมนักวิจัยวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พัฒนา อนุภาคนาโนซิงออกไซด์ (ZnO) เพื่อแก้ปัญหาในการเพาะพันธุ์ข้าว โดยอนุภาคดังกล่าวช่วยการเจริญเติบโตของพืช อีกทั้งพืชที่ได้รับซิงออกไซด์นั้นจะต้านทานโรคได้ดีกว่าพืชที่ไม่ได้รับ และปริมาณผลผลิตที่ได้รับหลังการเก็บเกี่ยวได้สูงกว่าประมาณ 3-5 เท่าตัว นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการลดปริมาณการใช้ปุ๋ยในธาตุอาหารหลัก คือ NPK ซึ่ง8าดว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิต และคุณภาพของข้าวไทยได้
ล่าสุด มีการทดลองใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการปลูกข้าวแบบหว่านตม ณ หมู่บ้านข้าวนาโนเทคโนโลยีนาบ่อคำ พระจอมเกล้าลาดกระบัง ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่ง รศ.ดร. จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง กล่าวว่า เมื่อปี 2554 วิทยาลัยฯ ได้จัดอบรมความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีสู่ท้องถิ่น โดยเริ่มสอนตั้งแต่การให้ความรู้ไปจนถึงวิธีการเพาะปลูกพืชผลทางเกษตรกรรมอย่างมีคุณภาพ ซึ่งชุมชนนาบ่อคำได้แสดงความพร้อมและศักยภาพในการเพาะปลูกมันสำปะหลังด้วยนาโนเทคโนโลยี
มาถึงปี 2555 ทางวิทยาลัยฯ จึงได้สนับสนุนให้ชุมชนนาบ่อคำ เป็นชุมชนต้นแบบด้านนาโนเทคโนโลยีสำหรับการเพาะปลูกข้าว เนื่องจากข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและกำลังประสบปัญหาการแข่งขันในตลาดอย่างรุนแรง จึงเป็นที่มาของหมู่บ้านข้าวนาโนเทคโนโลยีนาบ่อคำ พระจอมเกล้าลาดกระบัง
"ที่ผ่านมานั้นชุมชนในตำบลนาบ่อคำเพาะปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการปลูกกับผลผลิตที่ควรจะได้นั้น พบว่ายังเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก โดยเกณฑ์ที่ควรจะได้ผลผลิตนั้น อยู่ที่ประมาณ 650-774 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ในความเป็นจริง ได้ผลผลิตเพียง 400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการปลูกที่ขาดประสิทธิภาพ อย่างการเพาะกล้า การเติบโตไม่สม่ำเสมอ การใช้ปุ๋ยเคมีที่มีต้นทุนสูง ซึ่งหลายพื้นที่ในไทยก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกันนี้ ซึ่งการใช้อนุภาคนาโนซิงออกไซด์มาช่วยจะลดปัญหาเหล่านี้ได้" รศ.ดร.จิติกล่าว
รศ.ดร. จิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากทีมนักวิจัยค้นพบประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงออกไซด์ที่มีต่อพืช จึงได้นำมาใช้เพาะปลูกข้าว ที่หมู่บ้านข้าวนาโนเทคโนโลยีนาบ่อคำ โดยเริ่มจากการนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ต้องการนำไปหว่านในนา นำไปแช่ด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์ผสมน้ำเป็นเวลา 1 วัน แล้วนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการแช่น้ำนาโนฯไปหว่านลงในแปลง เมื่อลองวัดการเจริญเติบโตทุกๆ 7 วัน พบว่า มีอัตราการงอกคิดเป็น 93% และพบว่าเมื่อหว่านจนครบ 6 สัปดาห์ ต้นข้าวที่แช่ด้วยอนุภาคนาโนซิงออกไซด์สูง 85.17 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าข้าวที่ไม่ได้แช่เกือบ 10 เซนติเมตร และข้าวแช่อนุภาคนาโนซิงออกไซด์ให้ผลผลิตสูงถึง 660 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าเดิมที่ให้ผลผลิตเพียง 548 กิโลกรัมต่อไร่
"ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ สามารถเพิ่มผลผลิตของข้าวได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ สอดคล้องกับปริมาณความต้องการได้ โดยหลังจากที่มีการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงออกไซด์ที่มีต่อการปลูกข้าว จึงทำให้มีพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการการเผยแพร่องค์ความรู้ของการนำนาโนซิงค์ออกไซด์มาใช้ในการปลูกข้าวแบบหว่านตมกับวิทยาลัยนาโนฯ มากกว่า 100 พื้นที่ในปัจจุบัน" รศ.ดร.จิติกล่าว
สจล.- เชื่อม “นาโน” กับ “นาข้าว” นักวิจัย สจล.พบวาอนุภาคนาโนซิงออกไซด์ช่วยพืชเจริญเติบโตได้ดี จึงหนุนการใช้ในการเกษตร ล่าสุดชาวนาที่กำแพงเพชรมทดลองฉีดพ่นในนาข้าว ได้ผลผลิตเพิ่มถึง 20%
ทีมนักวิจัยวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พัฒนา อนุภาคนาโนซิงออกไซด์ (ZnO) เพื่อแก้ปัญหาในการเพาะพันธุ์ข้าว โดยอนุภาคดังกล่าวช่วยการเจริญเติบโตของพืช อีกทั้งพืชที่ได้รับซิงออกไซด์นั้นจะต้านทานโรคได้ดีกว่าพืชที่ไม่ได้รับ และปริมาณผลผลิตที่ได้รับหลังการเก็บเกี่ยวได้สูงกว่าประมาณ 3-5 เท่าตัว นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการลดปริมาณการใช้ปุ๋ยในธาตุอาหารหลัก คือ NPK ซึ่ง8าดว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิต และคุณภาพของข้าวไทยได้
ล่าสุด มีการทดลองใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในการปลูกข้าวแบบหว่านตม ณ หมู่บ้านข้าวนาโนเทคโนโลยีนาบ่อคำ พระจอมเกล้าลาดกระบัง ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่ง รศ.ดร. จิติ หนูแก้ว คณบดีวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง กล่าวว่า เมื่อปี 2554 วิทยาลัยฯ ได้จัดอบรมความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีสู่ท้องถิ่น โดยเริ่มสอนตั้งแต่การให้ความรู้ไปจนถึงวิธีการเพาะปลูกพืชผลทางเกษตรกรรมอย่างมีคุณภาพ ซึ่งชุมชนนาบ่อคำได้แสดงความพร้อมและศักยภาพในการเพาะปลูกมันสำปะหลังด้วยนาโนเทคโนโลยี
มาถึงปี 2555 ทางวิทยาลัยฯ จึงได้สนับสนุนให้ชุมชนนาบ่อคำ เป็นชุมชนต้นแบบด้านนาโนเทคโนโลยีสำหรับการเพาะปลูกข้าว เนื่องจากข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศและกำลังประสบปัญหาการแข่งขันในตลาดอย่างรุนแรง จึงเป็นที่มาของหมู่บ้านข้าวนาโนเทคโนโลยีนาบ่อคำ พระจอมเกล้าลาดกระบัง
"ที่ผ่านมานั้นชุมชนในตำบลนาบ่อคำเพาะปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเปรียบเทียบปริมาณการปลูกกับผลผลิตที่ควรจะได้นั้น พบว่ายังเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก โดยเกณฑ์ที่ควรจะได้ผลผลิตนั้น อยู่ที่ประมาณ 650-774 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ในความเป็นจริง ได้ผลผลิตเพียง 400 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากการปลูกที่ขาดประสิทธิภาพ อย่างการเพาะกล้า การเติบโตไม่สม่ำเสมอ การใช้ปุ๋ยเคมีที่มีต้นทุนสูง ซึ่งหลายพื้นที่ในไทยก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกันนี้ ซึ่งการใช้อนุภาคนาโนซิงออกไซด์มาช่วยจะลดปัญหาเหล่านี้ได้" รศ.ดร.จิติกล่าว
รศ.ดร. จิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากทีมนักวิจัยค้นพบประสิทธิภาพของอนุภาคนาโนซิงออกไซด์ที่มีต่อพืช จึงได้นำมาใช้เพาะปลูกข้าว ที่หมู่บ้านข้าวนาโนเทคโนโลยีนาบ่อคำ โดยเริ่มจากการนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ต้องการนำไปหว่านในนา นำไปแช่ด้วยนาโนซิงค์ออกไซด์ผสมน้ำเป็นเวลา 1 วัน แล้วนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการแช่น้ำนาโนฯไปหว่านลงในแปลง เมื่อลองวัดการเจริญเติบโตทุกๆ 7 วัน พบว่า มีอัตราการงอกคิดเป็น 93% และพบว่าเมื่อหว่านจนครบ 6 สัปดาห์ ต้นข้าวที่แช่ด้วยอนุภาคนาโนซิงออกไซด์สูง 85.17 เซนติเมตร ซึ่งสูงกว่าข้าวที่ไม่ได้แช่เกือบ 10 เซนติเมตร และข้าวแช่อนุภาคนาโนซิงออกไซด์ให้ผลผลิตสูงถึง 660 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าเดิมที่ให้ผลผลิตเพียง 548 กิโลกรัมต่อไร่
สนใจติดต่อ อ.กฤษณะ และอ.อรวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัย
โทร 089-2726540 และ 087-8436036
วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วิจัยนาโนซิงค์ออกไซด์
ซิงค์ออกไซด์เป็นวัสดุในกลุ่มโลหะออกไซด์ที่มีการนำมาใช้งานในรูปแบบของวัสดุนาโน ตัวอย่างการใช้นาโนซิงค์ออกไซด์ ได้แก่ การใช้งานในกลุ่มของอิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ตรวจจับก๊าซ ใช้สำหรับการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียในทางทันตกรรม ใช้ในการบำบัดสิ่งแวดล้อมเนื่องจากมีสมบัติที่ดีในด้านการดูดซับแสง และสมบัติด้านการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง นอกจากนี้ยังใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับคนโดยตรงคือเครื่องสำอางโดยเฉพาะอย่างยิ่งโลชั่นกันแดดที่เริ่มนิยมนำซิงค์ออกไซด์ขนาดนาโนมาใช้เป็นองค์ประกอบ เนื่องจากมีระดับความสามารถในการป้องกันรังสียูวีได้ในระดับเดียวกับอนุภาคซิงค์ออกไซด์ขนาดใหญ่กว่านาโน แต่ข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัดของโลชั่นกันแดดที่มีอนุภาคนาโนเป็นองค์ประกอบคือการส่งผ่านแสงได้ดีกว่า ทำให้ไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็นเป็นสีขาวอย่างชัดเจนบนผิวเมื่อเทียบกับโลชั่นกันแดดที่ใช้อนุภาคขนาดใหญ่ จากเหตุที่ซิงค์ออกไซด์ได้รับความสนใจในการใช้ประโยชน์มากขึ้น ทำให้เกิดการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งผลที่ตามมาคือการศึกษาด้านความเป็นพิษของนาโนซิงค์ออกไซด์ ในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความเป็นพิษต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
ตัวอย่างการศึกษาด้านความเป็นพิษของนาโนซิงค์ออกไซด์ต่อแบคทีเรียแกรมลบโดยใช้ E.coli เป็นตัวแทน ต่อแบคทีเรียแกรมบวกโดยใช้ S.aureus เป็นตัวแทน และต่อเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของมนุษย์ในระดับเบื้องต้น (T cell) ผลการศึกษาโดยใช้นาโนซิงค์ออกไซด์ขนาดประมาณ 13 นาโนเมตร แสดงให้เห็นว่า นาโนซิงค์ออกไซด์สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ E.coli ได้ที่ระดับความเข้มข้น ≥ 3.4 มิลลิโมล ในขณะที่การเจริญเติบโตของ S.aureus ถูกยับยั้งได้อย่างสมบูรณ์ที่ระดับความเข้มข้น ≥ 1 มิลลิโมล และโดยการใช้นาโนซิงค์ออกไซด์แบบเดียวกัน พบว่านาโนซิงค์ออกไซด์มีผลต่อ T cell ของมนุษย์เพียงเล็กน้อยที่ระดับความเข้มข้นเดียวกับที่เป็นพิษต่อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบ โดยรวมแล้วผลการทดลองแสดงให้เห็นถึงความเป็นพิษที่แตกต่างกันระหว่างระบบของแบคทีเรียและ T cell ของมนุษย์ (1)
ส่วนการศึกษาถึงระดับความเป็นพิษที่แตกต่างกันระหว่าง ZnO, CuO และ TiO2 ต่อแบคทีเรียและสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง หรือปู เนื่องจากสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิด อยู่ในห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน์จึงใช้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นตัวแทนสำหรับการศึกษา ซึ่งผลจากการศึกษา พบว่าความเป็นพิษของโลหะออกไซด์ (ทั้งในระดับนาโนและขนาดใหญ่) ต่อแบคทีเรีย V.fisheri และต่อกุ้งจัดลำดับได้ดังต่อไปนี้ TiO2 < CuO < ZnO นอกจากนี้ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นอีกว่า อนุภาคโลหะออกไซด์ไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเซลล์จึงจะเป็นสาเหตุของความเป็นพิษ แต่การสัมผัสกันระหว่างเซลล์กับอนุภาคนาโนก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อเยื่อหุ้มเซลล์ได้ (2)
จำหน่ายนาโนซิงค์ออกไซด์ ราคาทุน เพื่อเกษตรกร
ใช้สำหรับ การปลูกมันสำปะหลัง แช่ท่อนพันธุ์
และฉีดพ่นเร่งการเจริญเติบโต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
นาข้าว ฉีดพ่นเพื่อป้องกันกำจัดโรคต่างๆ ดังนี้โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง โรคกาบใบแห้ง
โรคใบจดสีน้ำตาล โรคกาบใบเน่า
โรคถอดฝักดาบ โรคใบวงสีน้ำตาล
โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคขอบใบแห้ง
โรคใบขีดโปร่งแสง โรคใบแถบแดง
โทร 089-2726540 และ 087-8436036
คุณสมบัตินาโนซิงค์ออกไซด์
จำหน่ายนาโนซิงค์ออกไซด์ ราคาทุน เพื่อเกษตรกร
ใช้สำหรับ การปลูกมันสำปะหลัง แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก
และฉีดพ่นเร่งการเจริญเติบโต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
นาข้าว ฉีดพ่นเพื่อป้องกันกำจัดโรคต่างๆ ดังนี้
โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง โรคกาบใบแห้ง
โรคใบจดสีน้ำตาล โรคกาบใบเน่า
โรคถอดฝักดาบ โรคใบวงสีน้ำตาล
โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคขอบใบแห้ง
โรคใบขีดโปร่งแสง โรคใบแถบแดง
โทร 089-2726540 และ 087-8436036
นาโนซิงค์ออกไซด์
จำหน่ายนาโนซิงค์ออกไซด์ ราคาทุน เพื่อเกษตรกร
ใช้สำหรับ การปลูกมันสำปะหลัง แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก
และฉีดพ่นเร่งการเจริญเติบโต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
นาข้าว ฉีดพ่นเพื่อป้องกันกำจัดโรคต่างๆ ดังนี้
โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง โรคกาบใบแห้ง
โรคใบจดสีน้ำตาล โรคกาบใบเน่า
โรคถอดฝักดาบ โรคใบวงสีน้ำตาล
โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคขอบใบแห้ง
โรคใบขีดโปร่งแสง โรคใบแถบแดง
สนใจติดต่อ อ.กฤษณะ และอ.อรวรรณ
โทร 089-2726540 และ 087-8436036
ขายนาโนซิงค์ออกไซด์
จำหน่ายนาโนซิงค์ออกไซด์ ราคาทุน เพื่อเกษตรกร
ใช้สำหรับ สวนมะนาว สวนส้ม แก้โรคแคงเกอร์ สแคปส้ม
การปลูกมันสำปะหลัง แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก
และฉีดพ่นเร่งการเจริญเติบโต ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
นาข้าว ฉีดพ่นเพื่อป้องกันกำจัดโรคต่างๆ ดังนี้
โรคไหม้ โรคเมล็ดด่าง โรคกาบใบแห้ง
โรคใบจดสีน้ำตาล โรคกาบใบเน่า
โรคถอดฝักดาบ โรคใบวงสีน้ำตาล
โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคขอบใบแห้ง
โรคใบขีดโปร่งแสง โรคใบแถบแดง
สนใจติดต่อ อ.กฤษณะ และอ.อรวรรณ
โทร 089-2726540 และ 087-8436036
วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555
ชั่วฟ้าดินสลาย
ขึ้นชื่อว่า ครูมาลัย ชูพินิจ
ไม่ว่าอะไรก็ตาม ที่ท่านได้เขียนขึ้นมา
เป็นงานที่ผมชอบมากและต้องติดตาม
ซึ่งรวมถึงหนังเรื่องนี้ด้วย ชั่วฟ้าดินสลาย
ซึ่งบ่งบอกถึงจังหวัดกำแพงเพชร ได้เป็นอย่างดี
ซึ่งทั้งเรื่องได้กล่าวถึงกำแพงเพชรไว้
ดังเรื่องย่อต่อไปนี้
ไม่ว่าอะไรก็ตาม ที่ท่านได้เขียนขึ้นมา
เป็นงานที่ผมชอบมากและต้องติดตาม
ซึ่งรวมถึงหนังเรื่องนี้ด้วย ชั่วฟ้าดินสลาย
ซึ่งบ่งบอกถึงจังหวัดกำแพงเพชร ได้เป็นอย่างดี
ซึ่งทั้งเรื่องได้กล่าวถึงกำแพงเพชรไว้
ดังเรื่องย่อต่อไปนี้
ชั่วฟ้าดินสลาย
เป็นโศกนาฏกรรมรักของชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่หนึ่ง
ที่เชื่อกันว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย
นายห้างพะโป้
เป็นชายชราเจ้าของปางไม้แห่งจังหวัดกำแพงเพชร
เพิ่งแต่งงานใหม่กับ ยุพดี
สาวสวยทันสมัยจากในเมือง
พะโป้พายุพดีมาอาศัยที่ปางไม้ห่างไกลผู้คน
ณ ที่นี้เธอได้พบกับ ทิพย์
คนสนิทของนายห้าง และ ส่างหม่อง
หลานชายหนุ่มฉกรรจ์ของพะโป้
ยุพดี ชอบเข้ามาหยอกล้อเล่นหัวกับส่างหม่อง
ตามแบบหนุ่มสาว จนเกิดลักลอบเล่นชู้
เพื่อให้เป็นความต้องการของยุพดีที่ว่า เราจะรักกันชั่วฟ้าดินสลาย
จนรู้กันไปทั่วทั้งที่ทิพย์ก็พยายามตักเตือนแล้ว
ในที่สุดนายห้างก็เห็นพิรุธ จับได้คาหนังคาเขาที่บังกะโลกลางป่า
พะโป้ออกปากยกยุพดีให้แก่ส่างหม่อง
มีข้อแม้ว่า ถ้าพวกเอ็งอยากจะอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน
อยากอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย ข้าก็จักให้พวกเอ็งได้สมมาตรปรารถนา
จับทั้งคู่ล่ามโซ่คล้องแขนไว้ด้วยกันตลอดเวลา
เมื่อทั้งสองต้องมาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน
รักที่หวานชื่นก็ขมขื่น ยุพดีเล่นเปียโนและร้องเพลง
ชั่วฟ้าดินสลาย ให้ส่างหม่องฟังด้วยอารมณ์โรแมนติค
ถึงความรักที่ไร้สถานะ ไร้กาลเวลา
ยั่งยืนชั่วฟ้าดินสลายเหมือนอย่างในเพลง
ฝ่ายส่างหม่อง ถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้าน
โดยไม่ได้ออกไปทำงาน เขาก็หมดความอดทน สิ้นรัก
เมื่อนายห้างพะโป้เสนอทางออกให้ด้วยความตาย
เสนอให้ส่างหม่องและยุพดีใช้ลูกปืนเป็นกุญแจไข
ไปสู่อิสรภาพของทั้งสองคน ส่างหม่องก็ยอมรับทางเลือกนั้น
ส่างหม่องจึงเป็นฝ่ายปลิดชีพตัวเอง
แล้วส่างหม่องจึงให้ยุพดียิงเขา
แต่ยุพดียิงตัวเองตายแทน
แสดงตนอย่างชัดแจ้งตั้งแต่ต้นว่าเธอรักในเสรีภาพ
ส่างหม่องอุ้มร่างยุพดีมาเพื่อรับกุญแจ
แต่พะโป้กลับปฏิเสธ ทิพย์จึงทนไม่ไหวที่เห็นเป็นแบบนี้
จึงเข้าไปขอกุญแจกับพะโป้ พะโป้กลับปฏิเสธเช่นกัน
ส่างหม่องอุ้มร่างยุพดีออกไปอย่างความโศกเศร้า
ทำให้คนงานในปางไม้ของพะโบ้รวมไปถึงทิพย์รับรู้ถึงความเหี้ยมโหด
และการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของพะโป้
ทำให้คนงานคนหนึ่งคว้าก้อนหินขว้างไปโดนภาพเหมือนของตัวพะโบ้จนทะลุเป็นรูโต
พะโป้ก็เริ่มสำนึกตัวเองจึงเลือกจะลงโทษตัวเองด้วยเช่นกัน
พะโป้จึงเผาบ้านและยิงตัวตายด้วยปืนกระบอกเดียว
กับที่ยุพดีใช้ฆ่าตัวตายในท่ามกลางเปลวไฟที่กำลังเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง
ทิพย์พยายามช่วยพะโป้แต่ไม่ทันเสียแล้ว ต่อมาส่างหม่องก็เป็นคนที่เสียสติ
เป็นคนบ้า เพ้อถึงยุพดี ตลอดมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






